เที่ยวน่าน

             สวัสดีครับมี เดือนนี้มีวันหยุดยาวหลายช่วง ช่วงวันพ่อ  ช่วงวันรัฐธรรมนูญ  แต่ช่วงวันพ่อตั้งใจจะอยู่กรุงเทพ พาครอบครัวไปถวายพระพรในหลวง และไปดูพลุที่ท้องสนามหลวง ช่วงวันรัฐธรรมนูญจะลองไปเที่ยวน่านดูสักครั้ง อันที่จริงอยากไปเที่ยวทั้งครอบครัวแต่เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมตัว กลัวว่าลูกๆ กับน้องเปิ้ลศรีภรรยาของกระผมจะไม่ enjoy กับความไม่พร้อมเรื่องเส้นทางและเรื่องที่พัก เช่น การขับรถหลงทาง ซึ่งเป็นอาการปกติของผม ที่พักไม่สวย  อาหารไม่อร่อย เป็นต้น ดังน้้น เพื่อเป็นการดี จึงตัดสินใจไปเที่ยวทริปนี้กับน้องสาวขาลุยและเพื่อนขาเที่ยวที่ไม่เรื่องมาก ค่ำไหน นอนนั่น กินแบบง่ายๆ  เพื่อเป็นการนำร่องเก็บข้อมูลพาครอบครัวผมไปเที่ยวอีกที อันที่จริงเมื่อก่อนผมกับน้องสาวยังไม่มีครอบครัว เราไปเที่ยวกันบ่อยมากกับคุณแม่จอมตืดของผม คือไปเที่ยวแบบประหยัด เน้นพักเต็นท์เป็นหลัก ของกินก็ทำกินเอง รถก็ขับเอง ก็สนุกดี ในแบบตังน้อยแต่เที่ยวแบบจัดเต็ม  ทริปนี้คงจะเป็นลักษณะนี้ ตั้งใจจะเอาน้อง ตอม จอมซน ลูกชายคนเล็กไปด้วย น้องตอม อายุเกือบ 4 ขวบ แล้วสามารถเที่ยวแบบสมบุกสมบันได้ จะได้ฝึกความเป็นแมนด้วย ( ใครๆชอบทักว่าน้องหน้าเหมือนผู้หญิง ถึงผมอยากจะได้ลูกผู้หญิง แต่ผมก็ไม่อยากให้น้องตอมเป็นผู้ฉิงนะครับ )  ผมเคยไปเหนือนับสิบครั้ง ส่วนมากจะไป เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน  ลำปาง พเยาว์ แม่ฮ่องสอน แต่ยังไม่เคยไป น่าน เลยสักครั้ง  อันที่จริง น่าน ก็เดินทางพอๆกับเชียงใหม่ แต่คนส่วนใหญ่ก็จะไปแต่เชียงใหม่ ไม่ไปน่านกัน ซึ่งอันที่จริงเมืองน่านจากข้อมูลมีที่เที่ยวสวยงามมากทีเดียว ครั้งนี้จะเก็บข้อมูลมาฝากครับ เริ่มวางแผนการเดินทางดีกว่า

           ออกจาก กทม คืนวันศุกร์ ที่ 9   สองพ่อ ลูก หิ้วกระเป๋าขึ้นรถ จุดหมายถึงอุทยานแห่งชาติดอยภูคาตอนสายๆ แล้วคงจะไปหาที่เที่ยว ที่กินแถวๆนั้นก่อน จากก็ขึ้นภู หาที่ปักเต็นท์เหมาะๆ  แล้วดูพระอาทิตย์ยามเย็นที่ยอดเขา ถ่ายรูปอัป facebook  ให้เพื่อนๆดู จากข้อมูลดอยภูคาอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 5300 ฟุต มีป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีถ้ำ น้ำตก และมีทิวทัศน์ อันสวยงาม  สามารถโทรถามข้อมูลที่อุทยาน 054 701000 ครับ

เช้าวันเสาร์ที่ 10  ต้องรีบปลุก น้องตอมแต่เช้า เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น  โดยส่วนตัวผมเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว  แต่ อีนังตอมนี่ซิ ปลุกยาก ปกติก็ชอบนอนตื่นสายเหมือนกับภรรยาผมไม่มีผิด  แต่การมาเที่ยวครั้งนี้ก็เป็นการดีจะได้เป็นการฝึกให้ลูกเป็นคนตื่นเช้า  คุณรู้ไหมครับ การตื่นเช้านี่ทำให้เราได้สัมผัสธรรมชาติมากกว่าคนอื่นที่นอนตื่นสาย  ตอนสายสักหน่อยลงดอยไปแวะดูเสื้อผ้าทอมือลายน้ำไหล ที่หมู่บ้านไทลื้อ ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยบมาจากแคว้นสิบสองปันนา  จากนั้นเดินทางต่อไปชมพระอาทิตย์ตกที่อุทยานศรีน่าน  เขาบอกว่าระหว่างทางวิวข้างทางสวยงามมาก คืนนี้จะพักที่อุทยานศรีน่านนะ

เช้าวันอาทิตย์ที่ 11  ต้องรีบปลุก น้องตอมแต่เช้า เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ( อีกแล้ว )  ที่ดอยผาชู้ วันนี้น่าจะปลุกง่ายขึ้น เพราะน่าจะปรับตัวได้แล้ว  ส่วนพ่อ จะดื่มกาแฟตอนเช้าถ่ายรูปเลืยนแบบโฆษณาใน TV ครับ ตอนสายไปเที่ยวเสาดินนาน้อย เขาบอกว่า คล้ายกับแพะเมืองผี ของเมืองแพร่ ครับ  ตอนเที่ยงไปกินปลาบนแพ ที่หมู่บ้านประมงปากนาย ปลาที่นี่จับมาจากเขื่อนสิริกิติ์ครับ ถ้ามีเวลาจะนั่งเรือชมวิวในเขื่อนสิริกิติ์

  เช้าวันจันทร์ที่ 12  เดินทางกลับกรุงเทพครับ

Advertisements

เที่ยวพเยาว์ เชียงราย เชียงใหม่

          ปีนี้มีโอกาสได้เป็นแกนนำจัดทริป เที่ยวช่วงปีใหม่เอง ซึ่งปกติภรรยาเป็นคนวางแผนเที่ยว เลยตั้งใจว่าปีนี้ผมจะต้องพาครอบครัวเที่ยวแบบ พักพ่อนและมีกิจกรรมสำหรับเด็กๆด้วย  การเดินทางจะเป็นแบบขับรถไป หยุดเที่ยว พักกิน หยุดนอน โดยแต่ละจุดพักต้องไม่ไกลกันมากจะได้ขับรถไม่เหนื่อย เน้นหาที่กินอร่อยๆ ที่พักแนวธรรมชาติบนยอดดอยเพื่อสัมผัสความหนาว แต่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร ตอนมื้อเย็นควรจะมีกิจกรรมทำอาหารร่วมกัน เช่น ปิ้ง ย่าง เด็กๆจะได้สนุก พ่อจะได้นั่งจิบเบียร์เย็นๆ ชวนลูกดูดาว ส่วนคุณแม่ก็ทำหน้าที่เสริพอาหารพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด ตอนเช้าต้องมีมุมชมวิวจิบกาแฟอารมณ์ชิวๆ อัปเดทข่าวสาร face book ถึงเพื่อนๆให้อิจฉาเล่น  ตั้งใจจะท่องธรรมชาติสัก 2 วัน 3 คืน เเถวๆพเยาว์ และ เชียงราย ส่วนคืนที่ 4 จะพาลูก ไปดูสวนสัตว์ เชียงใหม่ chiang mai night safari  กลางวันก็จะพาน้องเปิ้ล ( ภรรยาผมเอง ) ไปเที่ยวงานพืชสวนโลกชะหน่อย  คืนวันที่ 31 เป็นวัน count down ตั้งใจจะไปพักในตัวเมืองเชียงใหม่ใกล้กับตลาด night บาซ่า ภรรยาสุดสวยของผมเขาจะได้ไปเดิน shop แล้วเดินกลับที่พักไม่ไกล  ลูก Theme  ลูก Tom จะได้ดูเขาจุดพุฉลองปีใหม่กัน ที่สำคัญวันที่ 1 เป็นวันเกิดของน้อง Theme ลูกชายจอมซ่าคนโตของผมด้วย ปีนี้ 7 ขอบพอดี ส่วนน้อง Tom จอมซน ก็เกือบ 4 ขวบแล้ว  วาดแผนกันซะยาวเขียน schedule การเดินทางและที่พักกันดีกว่า

ออกเดินทาง 27  เช้า ขับรถออกจาก กรุงเทพ   ถึง มหาวิทยาลัย พเยาว์ ตอนมืดๆ พักบ้าน Tom Home Stay เจ้าของเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย พเยาว์  ปลูกบ้านด้วยใจรักอยู่บนยอดเขา ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย พเยาว์ ตอนนี้ อาจารย์ Tom ไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส บ้านเลยว่างมี น้องสงกรานต์ ดูแลให้  ต้องโทรให้น้องสงกรานต์ช่วยซื้ออาการสดสำหรับปิ้ง ย่าง สำหรับคืนนี้  ( สมทบทุนค่าที่พักสัก 1000 บาท แต่เจ้าของเองใจดีมากบอกให้พักฟร๊  อยากให้เพื่อนมาพักด้วยกันจัง )

วันพุธ ที่ 28   ไปเที่ยวในมหาวิทยาลัย พเยาว์ซะหน่อย เพื่อส่งลูกมาเรียนตอนโต   วันนี้จะต้องพาลูกไปดูปลาที่ วังมัจฉา ที่บ้านโฮ่ง  เชียงรายพัก บ้าน supat home stay  เจ้าของบ้าน เคยทำร้านอาหาร แต่ปัจจุบันขยายกิจการ มีไร่สตอบอรี และบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว แฟนพี่สุพัดแกเป็นคนชลบุรี แต่ตอนนี้ติดใจอากาศที่เชียงรายไม่กลับบ้านซะงั้น  ( ราคาประมาณ 500 บาท / คน  เด็กๆฟรี)

  วันที่ 29   ออกเดินทางเส้น 118  ถนน เชียงใหม่ – เชียงราย  ระหว่างทางพาลูกไปต้มไข่ที่บ่อนำพุร้อน เห็นเขาบอกว่าเป็นน้ำพุที่สูงที่สุดในย่านนี้   ตกเย็นขอพักหรูๆซะหน่อย พักที่ บ้าน ริมธาร บ้านเมื่ยง เป็นที่พักที่มีลำธารผ่านกลางที่พัก  บ้านเป็นหลังติดลำธาร มีสถานที่ทำกิจกรรมรอบกองไฟ ที่นี่น่าจะหนาว เพราะสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1000 เมตร  ( บ้านหลังละ 3500 บาท   พักเต็นท์  100 บาท นำมาเองนะ  ถ้าใช้เต็นท์ของที่พักเขาคิดหัวละ 300 บาทครับ)

  วันที่  30  ไปงานพืชสวนโลก  ว่าจะต้องจองตั๋วเข้างานผ่นทาง internet  จะได้ลดครึ่งราคานะ  กลางคืนไป night safari ที่อุทยานดอยสุเทพ เขาบอกว่ามีพื้นที่ประมาณ 800 กว่าไร่ มีสัตว์มากกว่า 400 ตัว หรือ 50 ชนิด อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 10 กิโลเอง เด็กๆคงชอบ แล้วมาพักที่่  green lake resort  อยู่นอกตัวเมืองเชียงใหม่นิดหนึ่ง  ด้านหน้าเป็นทะเลสาปมองเห็นดอยอินทนนท์  ด้านหลังที่พักเป็นสระว่ายน้า ออกจากห้องกระดดดลงสระได้เลย น้ำคงเย็น เด็กจะลงเล่นไหมเนี่ย resort นี้เข้าใจว่าเป็นที่ของทหาร ( น้องนุ้ยจองให้เหลือห้องละ 800 บาท ) โชคดีที่รู้จักน้องนุ้ยเคยทำงานที่เดียวกัน  น้องแกทำงานอยู่ที่เชียงใหม่หลายปีจึงเชี่ยวชาญที่เที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน  พ่อน้องเขาเพิ่งปลดเกษียรจากคนขับรถตู้รับส่งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแม่เมาะ  ได้บำเหน็จมาถอยรถตู้ป้ายแดงมาบริการนักท่องเทียวทางภาคเหนือ วันละ 1800 บาท พร้อมคนขับผู้ชำนาญเส้นทาง คุณพ่ออายุ 60 แต่ยังเข็งแรงอยู่นะครับ แล้วผมจะช่วยแนะนำลูกค้าให้นะครับ

วันที่ 31  ไปกฤษดา ดอย ดูดอกไม้สวยๆ   ตอนเย็น  ไปทานอาหารเหนือ ฟังเพลงคำเมือง ม่วนๆ ที่ร้านบ้านไร่ยามเย็น  ที่นี่นักดนตรีทั้งวงมาร้องให้ฟังทีละโต๊ะแบบไกล้ชิด  จะขอเพลงก็ได้ แต่ต้องเป็นแนว เพลงคำเมือง เพื่อชีวิต หรือ เพลงฝรั่งยุคเก่าๆก็ยังพอไหว ( อันนี้น้องนุ้ยพาไปทานก็เลยชอบ )  ไปเดินย่อยอาหารแถวตลาดกลางคืน  รอพลุจุดตอนเที่ยงคืน เด็กๆจะรอดูไหวไหมน้า เลือกพักที่ โรงเเรมในเมืองใกล้  night บาซ่า จะได้ไม่ต้องเดินทางกลับไกล

วันที่่ 1   ตื่นสายๆ หน่อย พาครอบครัวกลับกรุงเทพ ครับ  ถ้าทุกอย่างเป็นตามแผนเดินทางก็ดี  แต่การเดินทางไปเที่ยวสามารถออกนอกกรอบได้บ้างละ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์  นี่ละการท่องเที่ยวแบบ hip hip ละครั

ขอบคุณ น้องนุ้ยที่ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว และแนะนำสถานที่่ในการวางแผนเที่ยวช่วงปีใหม่นี้